“วัฒนธรรม ไม่ใช่แคมเปญ”: ผู้อำนวยการฝ่ายชุมชนของ Exness กับการขับเคลื่อน CSR ให้เกิดผลในไซปรัส

Exness_C_Portraits_0028-Edit.jpg

Martin Thorvaldsson ผู้อำนวยการฝ่ายชุมชนของเรา อธิบายภาพรวมทั้งหมดเกี่ยวกับการดำเนินงานด้าน CSR โดยเฉพาะที่ Exness ในไซปรัส ซึ่งหลายโครงการ CSR อาจดูคล้ายการพัฒนาผลิตภัณฑ์มากกว่าการทำงานเพื่อการกุศล

เบื้องหลังข้อความที่ดูเรียบง่ายนั้น คือโปรแกรมที่พัฒนาบนพื้นฐานของโครงการนำร่อง ข้อมูล และการเลือกแนวทางที่ชัดเจนในการทำให้ CSR เป็นวัฒนธรรมและโครงการที่ขับเคลื่อนด้วยชุมชน มากกว่าจะเป็นเพียงแคมเปญ เพื่อให้เข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น เราได้ร่วมพูดคุยกับ Martin เพื่อทำความเข้าใจให้ลึกขึ้นว่าแท้จริงแล้วหมายถึงอะไร

โครงการนำร่อง, ตัวชี้วัด และแนวทางที่ยึดหลักฐานเป็นสำคัญ

กรอบการทำงานด้าน CSR ของ Exness ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด Effective Altruism คือการทุ่มทรัพยากรไปยังพื้นที่ที่สามารถสร้างผลกระทบได้มากที่สุด และยืนยันผลลัพธ์นั้นด้วยหลักฐานที่ตรวจสอบได้

โครงการใหม่ๆ มักเริ่มจากการทดสอบแบบนำร่องขนาดเล็ก ทีมงานจะกำหนดตัวชี้วัดผลงาน (KPI) ที่ชัดเจน ดำเนินโครงการเป็นระยะเวลาที่เพียงพอเพื่อเก็บข้อมูลที่มีนัยสำคัญ จากนั้นจึงตัดสินใจว่าจะขยายโครงการต่อ หรือยุติลงอย่างเงียบๆ

ที่สำคัญ Thorvaldsson ชี้ให้เห็นว่าบริษัทตระหนักว่า CSR นั้นมี “วัตถุประสงค์รอง” อยู่ด้วย นั่นคือประโยชน์ด้านภาพลักษณ์ต่อพนักงาน หน่วยงานกำกับดูแล พาร์ทเนอร์ และสาธารณชน ทว่าประเด็นดังกล่าวไม่ใช่แรงผลักดันหลัก

เป้าหมายคือการทำให้การช่วยเหลือผู้อื่นเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่การกระทำเพื่อแสดงภาพลักษณ์ แนวคิดนี้ถูกทดสอบอย่างหนักในปี 2568 ระหว่างฤดูไฟป่าที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งของไซปรัสในรอบหลายทศวรรษ

ไฟป่าเผยให้เห็นพลังของการตอบสนองจากชุมชน

เมื่อไฟป่าลุกลามผ่านหมู่บ้านรอบๆ ลีมาซอล ทาง Exness เองมีอุปกรณ์อยู่ในพื้นที่แล้ว ได้แก่ รถดับเพลิงสามคัน และโดรนสำหรับสภาพภูมิประเทศสองลำ ซึ่งได้บริจาคไว้ก่อนหน้านี้ร่วมกับสถาบันประสาทวิทยาและพันธุศาสตร์แห่งไซปรัสและกรมป่าไม้

Thorvaldsson กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น ไม่ได้มาจากแผนเชิงยุทธศาสตร์ แต่เกิดจากสัญชาตญาณของแต่ละคนมากกว่า

การส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือผ่านช่องทางภายในของบริษัท ภายในหนึ่งชั่วโมง รถพนักงาน 15 คันได้มาถึงพื้นที่ พร้อมสิ่งของบรรเทาทุกข์สำหรับศูนย์อพยพและเจ้าหน้าที่ด่านหน้า ต่อมา บริษัทเปิดห้องพักในอพาร์ตเมนต์ขององค์กร 14 ห้องให้กับครอบครัวที่สูญเสียหรือถูกอพยพจากที่พักอาศัย โดยบางส่วนยังคงได้รับการสนับสนุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง

“ไม่มีใครมีอารมณ์มาโพสต์ท่าถ่ายภาพ” เขาย้อนความทรงจำ “ช่วงเวลานั้นบ่งบอกว่าวัฒนธรรมมีความหมายอย่างไร คนเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องโดยไม่รอเสียงปรบมือ”

“มันไม่สำคัญว่าคุณจะซื้อรถดับเพลิงกี่คัน เพราะถ้ามันจอดนิ่งอยู่ในที่จอดรถ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร” Thorvaldsson กล่าว “เทคโนโลยีจะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อโครงสร้างการสั่งการทำงานร่วมด้วยอย่างเหมาะสม”

รถยนต์ ทุนการศึกษา และ “รายจ่ายลงทุนเพื่อพัฒนาบุคลากร”

วิธีคิดแบบทดลองและเรียนรู้ (Test-and-Learn) นี้ ถูกนำไปประยุกต์ใช้กับงานด้านสาธารณสุขและการศึกษาของ Exness เช่นเดียวกัน

การบริจาครถยนต์จำนวน 50 คันให้แก่องค์กรการกุศลด้านมะเร็งในไซปรัส เช่น Pasykaf, Little Heroes และ Anti-Cancer Society เกิดจากการวิเคราะห์ช่องว่างความต้องการที่ชัดเจน องค์กรเหล่านี้ได้ให้การสนับสนุนด้านการแพทย์และจิตวิทยาที่สำคัญอยู่ก่อนแล้ว สิ่งที่พวกเขาขาดคือยานพาหนะที่เชื่อถือได้

รถเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วย ครอบครัว และทีมแพทย์สามารถเดินทางได้สะดวกขึ้น อำนวยความสะดวกในการเดินทางไปโรงพยาบาล การเดินทางไปกลับสนามบินเพื่อรับการรักษาต่างประเทศ การรับส่งเด็กไปโรงเรียน ไปจนถึงการนัดหมายด้านการบำบัดต่างๆ โครงการนี้ติดตามผลจากการใช้รถ เช่น ระยะทางที่ขับขี่และจำนวนผู้ได้รับประโยชน์

ในด้านการศึกษา ทุน Exness FinTech Scholarships ได้ให้การสนับสนุนนักศึกษาแล้วมากกว่า 70 คนในหกประเทศ โดยผู้รับทุนชาวไซปรัสรุ่นล่าสุดได้เข้าศึกษาในสถาบันชั้นนำ อาทิ Harvard, Imperial, UCL, Edinburgh และ ETH Zurich

Thorvaldsson กล่าวว่าทุนการศึกษาเป็นเสมือน “รายจ่ายลงทุนเพื่อพัฒนาคน” การลงทุนที่อาจไม่ปรากฏให้เห็นในผลประกอบการไตรมาสถัดไป แต่สามารถส่งผลต่อเศรษฐกิจในระยะยาวอีกหลายสิบปี

ทีมกู้ภัยและบ้านหลังใหม่สำหรับเด็กที่ต้องการการดูแลพิเศษ

โครงการใหม่สองโครงการนี้ เป็นสัญญาณว่า Exness กำลังมุ่งไปสู่เป้าหมายต่อไปในอนาคต

โครงการแรกคือ United Rescue Cyprus องค์กรการกุศลประเภทสตาร์ทอัปที่มุ่งสร้างเครือข่ายผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินที่ได้รับการฝึกอบรม รูปแบบการทำงานนั้นเรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพสูง เมื่อมีผู้โทร 112 ระบบจะส่งการแจ้งเตือนให้อาสาสมัครที่อยู่ใกล้เคียงและมีความสามารถในการปฐมพยาบาลเพื่อเข้าช่วยเหลือในนาทีวิกฤต ก่อนที่รถพยาบาลจะไปถึงที่เกิดเหตุ

ในระยะแรก เครือข่ายนี้ประกอบด้วยอาสาสมัครที่มีพื้นฐานทางการแพทย์ ต่อมา บุคคลทั่วไปสามารถเข้าร่วมได้หลังผ่านการฝึกอบรมประมาณ 200 ชั่วโมง

“10, 15 หรือ 20 นาทีเหล่านั้นคือช่วงเวลาสำคัญในการช่วยชีวิต” Thorvaldsson กล่าว “ผมไม่คิดว่ามีสิ่งใดในชีวิตที่มีค่ายิ่งกว่าการช่วยชีวิตผู้อื่น”

โครงการที่สองคือโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญร่วมกับมูลนิธิ Theotokos ในลีมาซอล นอกจากนี้ Exness ยังให้ทุนสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ดูแลเด็กแห่งใหม่สำหรับเด็กที่มีความต้องการซับซ้อนและต้องได้รับการดูแลแบบสหสาขาวิชา เพื่อทดแทนศูนย์เดิมที่ล้าสมัยซึ่งตั้งอยู่ในอาคารโรงพยาบาลลีมาซอลเก่า

“ศูนย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับความต้องการเฉพาะทางเช่นนี้ คือการคืนศักดิ์ศรี จัดระบบการดูแลที่มั่นคง และโอกาสในการใช้ชีวิตในโรงเรียนได้อย่างเป็นปกติ” Thorvaldsson กล่าว “นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่วัดผลได้แบบที่เราตั้งใจจะสร้างขึ้น”

ดูโครงการ CSR ทั้งหมดของเราได้ในหน้านี้

ชมบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม

รับชมการพูดคุยกับ Martin Thorvaldsson อย่างครบถ้วน ตั้งแต่การตอบสนองเหตุไฟป่าและโครงการชุมชนของ Exness ไปจนถึงความมุ่งมั่น CSR ระยะยาว รับชมได้ใน FinanceFeeds Podcast ตอนล่าสุด


ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาไม่อาจใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ผลการดำเนินงานในอนาคต เงินลงทุนของคุณมีความเสี่ยง โปรดเทรดอย่างรอบคอบ


บทความที่เกี่ยวข้อง